[CAP] Nabari no Ou Ep.16
posted on 23 Jul 2008 07:51 by juro in Cartoon
หลังจากดูนาบาริจบ ความบ้าก็พลุ่งพล่าน ดันแคปรูปไว้ 3 หมื่นกว่าภาพ!! มันทำได้ไง จากสามหมื่นกว่าๆคัดเหลือ ร้อยกว่าๆ เพราะฉะนั้น ใครที่คอมไม่แรง ก็ รอนิดหนึ่งนะ เพราะรูปมันเยอะจัด เหอๆ ใช้เวลานั่งคัดภาพก็เสียเวลาไป 1 คืนเต็มๆ อืม~ อินี่ มันบ้าจริงๆ 555 ไม่มีไรทำรึไงนะ?? ก็ตอนที่ 16 จะเป็นตอนที่โค้ทจี้เล่าเรื่องของตัวเองอย่างที่เคยสปอยไว้ในเอนทรี่ที่แล้ว ในมังงะโศกกว่านี้อีกอ่ะ แต่เห็นเป็นสีๆแบบนี้ดู สะเทือนใจไม่น้อย เอาละ ไม่พูดพล่ามละ เชิญรับชมได้เลย
ณ.หมู่บ้านฟูมะ
นี่คืองานอดิเรกของท่านผู้นำ -"- ไม่น่าเชื่อ แต่ เชื่อเถอะ หมอนี่มันรั่ว
"ว่าไงนะ! เล่นเกมส์ก็ผิดรึ??" (เอ่อ...โคทาโร่ซัง ตูไม่ได้หมายความว่างั้นเฟ้ย)
(เอาจริงๆ) จูว์จิ รายงานเรื่องราวที่เกิดขึ้นตอนไป อัลย่าให้โคทาโร่ฟัง
เธอข้องใจ แกม ช็อคเรื่องของมิฮารุ
แล้วโคทาโร่ ก็เริ่มพล่ามๆ เด็กน้อยทนไม่ไหว ขอตัวดีกว่า
ขณะนั้นหมอนี่ก็โผล่มา (โทษที จำชื่อไม่ได้)
ตอนนี้ลืมแล้วแฮะว่าพูดอะไร? (จับใจความไม่เก่งเลย ไอ้โร่)
โคทาโร่ ประมวลภาพทั้งหมด
ตอนชิจิมะเอาคัมภีร์ต้องห้าม ดายะ ให้มิฮารุ
(โทรมสุดๆ น้องชั้น)
ช่วงที่มิฮารุมาขอดูคัมภีร์
แต่เผลอ ก็แอบจิ๊กไป
ช่วงตอนที่พวกโยอิเตะกะลุงยูคิมิ มาช่วงชิงคัมภีร์ลับที่หมู่บ้านฟูมะ
หมอนี่ ฮัตโตริ คือผู้นำแห่งไคโรชู แผนการบางอย่างเริ่มรุนแรงและอาจสัมฤิทธิ์ผลในไม่ช้า (เดามั่ว)
"ตามที่คาดไว้...เพราะงั้น ปล่อยให้มันเป็นไปเถอะ" (หมอนี่ต่างหาก ที่ดูร้ายสุดๆ 555)
เสนอตอน....
ณ.สถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่ง สวยงาม วิ๊งๆดีจัง
ไรเมโทรไปหาคุณยายของมิฮารุ และ โกหกอะไรนิดหน่อย (555 ก็หนูมิ ไม่ยอมกลับบ้านนี่นา)
"จัดการเรื่องคุณยายเรียบร้อยแว้ว"
"โคอิจิ ขอโทษนะ เรื่องนั้น" (สายไปแล้วเฟ้ย บังอาจให้น้องชายสุดที่รักของไอ่โร่ โดนคมกระสุน)
"แต่ทำไม นายถึง...."
"ทั้งที่โดนยิงจังๆขนาดนั้น" (แน่สิ โค้ทจี้เป็นเทพย่ะ)
"เอาละ ในเมื่อเรื่องมาถึงขนาดนี้แล้ว"
"จะให้ผมปิดบังพวกคุณก็คงไม่ได้"
"ผมน่ะ เป็นอมตะ ฆ่าไม่ตาย" (กรี๊ดดดดดด)
"ห๊า!!" ไรเมกับโทบาริได้ยินแบบนั้น อดที่จะตกใจไม่ได้
และ...
และ....
และ....(หลายและเหลือเกิน)
(โค้ทจี้ ต้องการพูดเปิดอกนี่เอง
) (เค้าให้ดูรอยกระสุนต่างหากเล่า by kouichi)
"แม้ผมจะไม่ตาย แต่รอยแผลก็ยังคงอยู่" (ไรเมถึงกับเคลิ้มเลย คริๆ)
"แต่ว่า จะเป็นไปได้ไงละ?" (อันนี้มั่ว อย่าจริงจัง เพราะไอ่โร่ จับใจความไม่เก่ง)
"เรื่องนั้น...ถึงแม้ผมไม่ตาย แต่ก็เจ็บและทรมาน"
"โธ่ โค้ทจี้ ถอดอีกสิ!" (ไม่ใช่ละๆ)
"นั่นสิ นายถอดอีกนะ" (อืม~ โทบาริก็เป็นไปด้วยรึ /me ใครอยากได้สาระในเรื่องโค้ทจี้ กรุณาย้อนกลับไปดูเอนทรี่ก่อน)
"ทั้ง 2 คนนี่ ไม่ไหวเลย"
"เรื่องนี้น่ะ เกิดเมื่อสมัยเอโดะ"
"มีผู้ที่ใช้ศาสตร์ลับ"
"ในการทดลองกับสัตว์หลากหลายชนิดมากมาย แต่ก็ล้มเหลว พอผู้นำที่ใช้ศาสตร์ลับ"
"ร่างกายสูญสลายไป ท่ามกลางซากสัตว์ทดลองเหล่านั้น มีผู้รอดชีวิต 2 คน"(แสดงว่าทดลองสำเร็จ)
"2 คนงั้นเหรอ?"
"ใช่ คนแรกคือผม"
"ส่วนอีกคน ก็คือ ชิราทามะ"
"จะเห็นว่าชิราทามะเป็นแมว หรือ อะไรก็ได้ ตามแต่สิ่งที่ทุกคนจะมอง"
"ผมกับชิราทามะต้องร่อนเร่ เพื่อตามหาผู้ที่ถูกชินระบันโชสิง"
"เพื่อจะได้ใช้ศาสตร์ลับต้องห้ามนั้น"
"ช่วยปลดปล่อยตัวผมกับชิราทามะ จากคำสาป อมตะ"
อึก! (เสียงกลืนน้ำลาย)
"โค้้ทจี้ น่าสงสารได้อีก"
"ผมน่ะ ตลอดมาต้องทนเห็นสภาพเกิดแก่เจ็บตายของผู้คน อย่างทรมาน"
"ผมรู้สึกโดดเดี่ยว และ ไม่อาจจะทนเห็น...."
"มิฮารุ ไรเม หรือแม้แต่อาจารย์ ต้องตายไปต่อหน้าต่อตา โดยที่ผมยังคงอยู่"
"ผมอยากให้มิฮารุใช้ชินระบันโช เพื่อปลดปล่อยผมจากความทรมาน"
"แต่อีกใจ ผมก็ไม่อยากให้ใช้หรอกนะ การที่ยังคงอยู่โดยแบกรับความเจ็บปวดเหล่านี้ไว้ มัน...." (ตอนนี้ไอ้โร่ น้ำตาซึม โธ่! โค้ทจี้ของช้านนนนนน)
ทั้งโทบาริและไรเม รู้สึกสะเทือนใจสุดๆ
ในขณะนั้นเอง "โคอิจิ ทำบ้าอะไรน่ะ!!"
โคอิจิ ทิ้งตัว
เพื่อดิ่งลงเบื้องล่าง
"โคอิจิ บ้าไปแล้วรึไง!!" "อย่าเล่นแบบนี้สิ ฟระ!!"
"ฮะๆ ทุกคน ตกใจทำไมกันละ"
"ถึงผมตกลงไป ก็ไม่ตายหรอกนะ"
"จะบ้ารึไง!? นายอยากให้ชั้นเป็นเจ้าสาวที่ไร้เจ้าบ่าวรึไงย่ะ!" (คุณไรเม โดนวิญาณจูโร่เข้าสิงแหง)
"ผมว่า คงหาสาระอะไรไม่ได้จากนี้เป็นต้นไป" (ย่ะ!!)
ตัดกลับมาที่ ตึกที่ทำการ ไคโรชู
"อ่ะ เอาไป"
"คัมภีร์ต้องห้าม ดายะ"
"จากนี้ไปก็เหลือเพียงอันเดียวที่ต้องตามเก็บสินะ โฮะๆ"
"สงสัยจัง ยัยป้าคนนี้ ตาบอดรึยังไง??" (ความในใจ by yukimi and juro)
มิฮารุครุ่นคิดในสิ่งที่ฮัตโตริพูด
ไรโคก็ พูดเตือนสติมิฮารุ เล็กน้อย
(ขนาดป่วยยังหล่อ)
"อ่า มิฮารุคุง มาแล้วเหรอ?"
"ตอนนี้อาการโดยรวมก็ไม่น่าเป็นห่วงนะจ๊ะ....."
มิฮารุมองยาที่โยคุงทานบ่อยๆ
นึกไปถึงตอนที่ตัวเองใช้ชินระบันโชเพื่อรักษาโยอิเตะ
นึกถึงคำพูดของเค้า "มิฮารุ ชั้น....ชั้นยังไม่อยากตาย"
เฮ้อ~
จากนี้ไป เป็นเรื่องที่มิฮารุจะต้องตัดสินใจเอง (ความจริงก็ตัดสินใจเองตั้งต้นแล้วมิใช่รึ /me)
ทางด้านไรโค ก็ไปดูอาการของ กาอุ
"กาอุ ขอร้องเถอะ นายช่วยกลับมาเร็วๆได้มั้ย" (ความในใจ by raiko)
และแล้ว โยอิเตะก็ฟื้น
"โยคุง ฟื้นแล้วเหรอ?" (อืม เห็นอยู่นี่)
"จากนี้ไป นายไม่ต้อนสนใจโยอิเตะอีก ไว้เป็นหน้าที่ของชั้นเอง" (ทำนองนี้ป่าว เริ่มลืม)
"แอ๊ะ! ท่านจะทำอะไรโยคุง?" "นายน่ะ แค่ไปชิงเองจิสุจากโทบาริมาก็พอ" (อ๊างส์ เกลียดฮัตโตริ เห็นโยอิเตะเป็นแค่เครื่องมือ เครื่องมือที่กำลังจะหมดประโยชน์ ชิชะ ยูคิมิคุงก็คิดแบบนี้ละสินะ)
ตัดมาที่ บนเรือสำราญลำหนึ่ง
วิญญาณออกจากร่างอีกแล้ว โทบาริ
"จะไหวมั้ยเนี้ย อาจารย์ โรคกำเริบอีกแล้ว"
"งั้นเดี๋ยวชั้นไปโทรศัพท์หน่อยนะ โคอิจิ" "ครับ ตามสบายเลย"
"ถ้านายอยู่กับไคโรชู คงได้สิ่งที่ต้องการมากกว่านะ"
"คิดว่างั้นเหรอ?"
"โคอิจิ อย่าทำหน้าตาเชิญชวนได้มั้ย!" (เอ่อ ไอ่โร่จิ้นอีกแล้ว)
"ผมเลือกที่จะยืนอยู่ข้างความถูกต้อง" (มั่วเอง)
"ยังไงซะ ผมก็ยึดถือมิตรภาพระหว่างพวกเรา เหนือสิ่งอื่นใด" (มั่วได้อีก)
"So desuka."
ไรเมโทรรายงานมิฮารุ
"นี่โยอิเตะ เมื่อกี้ไรเมโทรมา"
"เองจิสุ อยู่ที่อาจารย์โทบาริ"
"เฮ้! ทานคนเดียวไม่แบ่ง"
"ขอให้ท้องร่วง" (หนูมิ เจ้าคิดเจ้าแค้น)
ขณะนั้น มิฮารุเอื้มมือไปจับผ้าพันคอของโยอิเตะ
"ฮานะบุกิ" พอเอ่ยชื่อนี้ ความอบอุ่น อ่อนโยน แผ่ซ่านไปทั่วร่าง
มีเด็กอยากลองของโยอิเตะ
"โทษทีนะจ๊ะ ที่เด็กคนนี้รบกวน"
โยอิเตะโดนเด็กลองของ ถึงกับเสียเซลฟ์ (ใช่ที่ไหนละ)
เอ่อ...หมดเกลี้ยง
"ตัวแค่นี้ กินเก่งชะมัด แป๊ปเดียวหมด"
ลานจอดรถ
ลุงยูได้รับรายงานที่อยู่ของโทบาริ ขณะทาน Hottodoggu
"ป๊าดโธ่!! สั่งๆอยู่ได้ น่าเบื่อชะมัด"
"พ่อชักจะเบื่อนิสัยของท่านผู้นำแล้วนะ" (ลุงยู ขับรถเปรี้ยวมาก)
ที่บ้านโทบาริ
วันนี้ฮานะบุกิ อยู่บ้าน
มิฮารุ กับ โยอิเตะ แอบสอดส่องเล็กน้อย จะเข้าไปดีรึเปล่าเนี้ย
"มิฮารุ โยอิเตะ"
"เชิญก่อนสิจ๊ะ"
"อ่ะ konbanwa ฮะ คุณฮานะ"
"ตายจริง ผ้าพันคอที่ชั้นถักให้ อุ่นมั้ยจ๊ะ"
"ผมไม่ได้ใช้สักหน่อย" (มิฮารุคิดในใจ)
"ท่าทางอาจารย์จะไม่ไหวอีกแล้ว นั่งแท็กซี่มา คุณไรเมกลับก่อนก็ได้นะ"
"งั้น ชั้นกลับก่อนนะ ไว้เจอกัน"
โทบาริเริ่มสงสัยในตัวไรเม นิดหน่อย
"เชิญจ้าทั้ง 2 คน"
"โยอิเตะ ทานข้าวกัน"
"ไม่ละ เมื่อกี้ชั้นทานเบนโตะแล้วนี่นา"
"งั้น ทานละนะครับ"
"เอาซุปมาให้จ๊ะ เอ้? โยคุง ไม่ทานรึ"
"ทานข้าวซะหน่อยนะโยอิเตะ"
"ดูสิ"
"ซูบผอมลงไปตั้งเยอะเลยนะ ไม่เอาน่า สดชื่นบ้างนะ"
โยอิเตะเริ่มอึดอัด เมื่อฮานะบุกิทำท่าอ่อนโยนต่อเค้า "มิฮารุ พูดเร็วๆสิ" (โยคุงวีน)
"น้ำชามาแล้วจ้า"
"โยอิเตะ น้ำชาจ๊ะ"
ท่าทางมิฮารุจะหิวจัด หมดเกลี้ยงเลย
"ป่านนี้แล้ว ทำไมโทบาริยังไม่มาอีกนะ"
โยอิเตะหันไปส่งซิกให้มิฮารุพูดเข้าเรื่อง อย่างน้อย ถามป้าคนนี้คงรู้
"คุณฮานะ ฮะ รู้รึเปล่า ว่าอาจารย์โทบาริเก็บเองจิสึไว้ที่ไหน?"
"เองจิสึเหรอ? เอ้?? ไม่รู้สินะ"
"ชั้นไม่ค่อยรู้เรื่องแบบนี้หรอกจ๊ะ งั้นเดี๋ยวทานโยกังนะ อร่อยมาก" (เค้าอยากกิน)
ไม่รู้จริงๆอ่ะเหรอ?
ขณะนั้นเอง
ยูคิมิก็มุ่งหน้ามาถึงบ้านของโทบาริ
โยกังเอง ก็มาแล้วเหมือนกัน (กลืนน้ำลาย)
โยอิเตะมองเหม่อตอนที่ฮานะบุกิทำการแบ่งโยกังเป็นชิ้นๆ
แวบหนึ่งในห้วงคำนึง
โยอิเตะคิดถึงตัวเองในอดีต
เรื่องราวอันน่าเลวร้าย สำหรับเด็กชายคนหนึ่ง (ใส่หมวกตั้งแต่เด็กเลย)
ไม่ไหวแล้ว!!
โยอิเตะรีบปลีกตัวออกไปจากที่นั่น
มิฮารุและฮานะบุกิมองตามอย่างเป็นห่วง
แวบหนึ่ง มิฮารุรู้สึกถึงความอบอุ่นอย่างประหลาด
อ้อมกอดของคนสำคัญ
ความอบอุ่นจากอ้อมกอดนี้
ทำให้เด็กคนนี้มีความสุขที่สุด
และ โยกังแสนอร่อย ก็แบ่งเสร็จพอดี (เดี๋ยวหาสูตร ลองทำดีกว่า
)
หน้าบ้านโทบาริ
มีใครคนหนึ่งมากดออด
ทำให้โยอิเตะตกใจ
"เอ๊ะ! เสียงออดนี่ฮะ"
"สงสัยโทบาริจะกลับมาแล้ว เดี๋ยวชั้นไปดูก่อนนะ"
"อาจารย์ กลับมาแล้วงั้นเหรอ?"
"โทบาริ ทำไมกลับช้าจัง"
"???"
ไม่ใช่โทบาริ แต่เป็น ยูคิมิต่างหาก
"เฮ้ เจ๊ มีชาร้อนๆให้ดื่มแก้หนาวป่าว?" (ซะงั้นน่ะ...แล้วก็จบ ตอนที่ 16)
ED อันใหม่ กับเพลงใหม่
เป็นเรื่องราวเฉพาะ มิฮารุและโยอิเตะ น่าอิจฉาชะมัด
เหมือนบรรยากาศตอนไปเดทของเล่ม 9 เลย
แบบนี้สาวกจิ้นกระจาย
ชื่อเพลงตอนจบคือ " あるがまま(Aru ga mama=ตามตรง,ตามที่เป็นจริง)" ของ アナム&マキ
ชอบฉากนี้ นั่งมองพระอาทิตย์ตก
ตอนต่อไป การเดทของโคอิจิกับไรเมก็เกิดขึ้น (ซะที่ไหนเล่า จิ้นเองตลอด)
อาการของโยอิเตะกำเริบขึ้นเรื่อยๆ
มิฮารุจพทำยังไงต่อไป
ลุงยู (เพิ่ง 27 เองเฟ้ย เรียกลุงเลยรึ) มาขัดขว้างการเดท
แบบนี้ไรเมจะยอมได้ไง
ใช่ โค้ทจี้เองก็ยอมไม่ได้ (ลุงเค้าแค่มาตามหาโทบาริน่ะ -"-)
และ เรื่องราวอันแสนปวดร้าวของโยอิเตะ
ก็จะค่อยๆเปิดเผยมากขึ้น
พบกันในตอนต่อไป งุงิ
โอ้วว์ โดฟ กาแฟหน่อย -"- รู้สึก จะยาวมากๆ เพราะความจิ้น บ้า ของตัวเอง และ ซับนรกล้วน เดี๋ยวขอตัวไปพักนิ้ว ปวดมากมาย ไปละๆ





555 พี่วา ชมกันเกินไปแว้ว อิอิ ความบ้าเป็นเลิศตะหาก
#1 By VAR on 2008-07-23 11:04